ประวัติและกำเนิด "โขน"

posted on 30 Sep 2010 21:24 by swu-farang
จากที่เราได้รู้จักกับโขนในบทความที่แล้วนะค่ะ  เรามาเรียนรู้ประวัติและที่มาที่ไปของโขนกันดีกว่า แต่เอาเป็นแบบคร่าวๆ นะค่ะ จะได้ติดตามในครั้งต่อๆ ไปWink

โขน เป็นนาฏกรรมที่มีศิลปะเป็นแบบแผนของตนเอง คำว่า “โขน” ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีมาตั้งแต่สมัยใด ซึ่งได้มีกล่าวไว้ในลิลิตพระลอ เล่าถึงงานมหรสพในงานพระศพของพระลอและพระเพื่อนพระแพงว่า “ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระทาราวเทียน” คำว่า “โขน” มีกล่าวไว้ในหนังสือของชาวต่างประเทศ เป็นการกล่าวถึงศิลปะแห่งการเล่นของไทยในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นที่นิยมและยึดถือเป็นแบบแผนมากันมานาน มีข้อสันนิษฐานว่าโขนน่าจะมาจากคำในภาษาต่างๆ ดังนี้

๑.     โขนในภาษาเบงคาลี ซึ่งมีคำว่า “โขละ หรือ โขล” ซึ่งเป็นชื่อของเครื่องดนตรีประเภทหนัง ชนิดหนึ่งของฮินดู โดยตัวรูปร่างเหมือนมฤทังคะ (ตะโพน) ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีที่พวกไวษณพนิกายในแคว้นแบงกอลนิยมเล่นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ยาตรา” ซึ่งหมายถึง ละครเร่ และหากเครื่องดนตรีชนิดนี้ได้เคยนำเข้ามาในดินแดนไทยแล้วนำมาใช้ประกอบการเล่นชนิดหนึ่ง เราจึงเรียกการแสดงชุดนั้นว่า “โขล” ตามชื่อเครื่องดนตรี

๒.     โขนในภาษาทมิฬ เริ่มจากคำว่า โขล มีคำเพียงใกล้เคียงกับ “โกล หรือ โกลัม” ในภาษาทมิฬ ซึ่งหมายว่าเพศ หรือการแต่งตัวหรือประดับตกแต่งตัวตามลักษณะของเพศ

๓.     โขนในภาษาอิหร่าน มาจากคำว่า “ษูรัต ควาน” ซึ่งษูรัต แปลว่าตุ๊กตาหรือหุ่น ซึ่งผู้อ่านหรือผู้ขับร้องแทนตุ๊กตาหรือว่าหุ่นเรียกว่า “ควาน” หรือโขน ซึ่งคล้ายผู้พากย์หรือเจรจาอย่าง โขน

หากที่มาของโขนมาจากคำในภาษาเบงคาลี ภาษาทมิฬและภาษาอิหร่านก็คงจะมาจากพวกพ่อค้าวาณิช และศาสนาจารย์ของชาวพื้นเมืองประเทศนั้นๆ แพร่มาสู่ดินแดนในหมู่เกาะชวา มาลายูและแหลมอินโดจีน

๔.     โขนในภาษาเขมร ในพจนานุกรมภาษาเขมร มีคำว่า “ละคร” แต่เขียนเป็นอักษรว่า “ละโขน” ซึ่งหมายถึงมหรสพอย่างหนึ่งเล่นเรื่องต่างๆ กับมีคำว่า “โขล อธิบายไว้ในพจนานุกรมว่า “โขล” ละคอนชายเล่นเรื่องรามเกียรติ์” (ธนิต อยู่โพธิ์.2511.:23-29)

จากข้อสันนิษฐานต่างๆ

 

 

 

จากข้อสันนิษฐานต่างๆ ยังมิอาจสรุปได้แน่นอนว่า "โขน" เป็นคำมาจากภาษาใด แต่เมื่อเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ซึ่งใช้กันในยุคสมัยนี้ก็จะพบว่า โขน หมายถึง การเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละครรำ แต่เล่นเฉพาะในเรื่องรามเกียรติ์ โดยผู้แสดงสวมหัวจำลองต่าง ๆ ที่เรียกว่า หัวโขน หรืออีกความหมายหนึ่งหมายถึง ไม้ที่ต่อเสริมหัวเรือท้ายเรือให้งอนเชิดขึ้นไป เรียกว่า "โขนเรือ" เรียกเรือชนิดหนึ่งที่มีโขนว่า เรือโขน เช่น เรือโขนขนาดใหญ่น้อย เหลือหลาย (ลิลิตพยุหยาตรา) หรือส่วนสุดทั้ง 2 ข้างของรางระนาดหรือฆ้องวง ที่งอนขึ้นก็เรียกว่า "โขน

 
อ้างอิงจาก http://art.hcu.ac.th/khon/index01.html
แล้วมาติดตามกันต่อนะค่ะ ว่าต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับ "โขน" อย่าลืมหันกลับมามองศิลปวัฒนธรรมของไทยเรานะค่

Comment

Comment:

Tweet